ถึงไม่ใช่ติ่ง ก็เที่ยวรอบ Seoul ได้ (Part แรก)

IMG_6548-22

อีกครั้งกับบันทึกการเดินทางของผม ซึ่งครั้งนี้ เป็นการเดินทางครั้งแรกที่เปิดโลกกว้างด้วยตัวคนเดียว ในดินแดนกิมจิ ด้วยความที่ไม่กี่วันก่อน jeju air ได้ออกโปรโมชั่นบินไปกลับ กรุงเทพ – โซลในราคา 96xx เท่านั้น แถมเวลาค่อนข้างสวยอีกด้วย จึงกดจองไปโดยไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้ไปตะลุยโซลในเร็ววันแบบนี้

ตั๋วเครื่องบิน

Capture1ตามที่กล่าวไปตอนแรก ผมได้ตั๋วโปรของสายการบินเจจูแอร์มาในราคา 9xxx เท่านั้น โดยเจจูแอร์เป็นสายการบินแบบ LOW COST สัญชาติเกาหลีใต้ มีซุงจุงกิ ดาราชื่อดังเป็นฟรีเซ็นเตอร์ โดย น้ำหนักกระเป๋าเช็คอินอยู่ที่ 15 kg น้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องอยู่ที่ 10 kg(ปัจจุบันตั๋วโปรทางสายการบินไม่ได้แถมกระเป๋าเช็คอินแล้วว ต้องซื้อเพิ่มนะ) ส่วนเวลาบินก็สวยๆ นะ ดึกถึงเช้าเที่ยวต่อ วันสุดท้ายกลับดึก เที่ยวเต็มๆ สี่วัน

จองที่พัก

Capture2 Capture3

ในตอนแรก ผมกะใช้บริการเว็บ Couchsurfing.com การหาที่พัก จนแล้วจนรอดก็หาโฮสไม่ได้ อาจจะเพราะ ผมยังไม่มี reference จึงต้องหันไปพึ่ง agoda เจ้าประจำ แน่นอน ราคากับ rating เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ผมต้องการที่พักสำหรับสามคืน จึงทำการจองไปสองที่ สองคืนแรกนอนที่ G Guesthome Itawon อีกคืนไปนอนที่ Han River Residence  ซึ่งจะกล่าวต่อไปในเนื้อเรื่องนะ

เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง

20160515_094053

แน่นอน ผมเเหลือเวลาไม่ถึงเดือนที่จะต้องออกเดินทางแล้ว ครั้งนี้ไปคนเดียวอีกด้วย ทุกอย่างดูฉุละหุกไปหมด ผมต้องรีบทำการบ้าน เปิดหารีวิวต่างๆ เพื่อที่จะเอาตัวรอดที่นั้นลำพังได้ ของต่างๆต้องถูกเตรียมให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟ ถ้าหัวแบนๆ ต้องหา adapter หัวกลมๆมาใช้ power bank ก็สำคัญอย่าลืม อ้อเรื่องอากาศ ที่ผมไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิอากาศค่อนข่างเย็นสบายในเวลากลางคืน และแดดจะแรงจัดในเวลากลางวัน ซึ่งไม่ต้องเตรียมเสื้อหนาวไปให้มากมาย

Capture4

เมื่อถึงวันเดินทาง

เที่ยวบินของที่จองไปนั้นออกตอนตีหนึ่งครับ ฉะนั้นหลังจากใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนทำงานตามหน้าที่จนเลิกงานก็ได้เวลาปลดปล่อยชีวิตเป็นอิสระ รีบกลับบ้าน อาบน้ำอาบท่าเช็คของอีกรอบ เมื่อถึงเวลาแทกซี่มาจอดหน้าบ้านตรงตามเวลา ผมมาถึงสนามบิน เกือบๆ สี่ทุ่ม ก่อนเค้าเตอร์เปิด แต่ตอนนี้สิ คนต่อคิวบานเลยแฮะ ขาไปผมมีเพื่อนสมาชิกร่วมเดินทางไปไฟลท์เดียวกัน พอสมาชิกครบ ก็ไปที่เค้าเตอร์เช็คอินทำการเช็คอิน วาบเจอกันอีกที ก็หน้าเกตเลย ส่วนเกตที่ได้เดินขาลากสุดปลายฝันจริงๆ

ภาพตัดมาที่บนเครื่องบิน jeju air ใช้เครื่องบิน Boeing 737-800 รุ่นยอดนิยม เนื่องจากเป็นเครื่องขนาดไม่ใหญ่ระยะทางจากกรุงเทพถึงโซล น่าจะไกลสุดแล้วที่รุ่นนี้จะไปได้ นั่งแล้วไม่อึดอัดสบายๆ มีบริการเฉพาะฟรีน้ำดื่ม ลูกเรืองน่ารักสไตล์กิมจิ บินเครื่องขึ้นไม่นาน กัปตันก็ดับไฟพักผ่อนกันไป

 

20160518_054904

ใช้เวลา ห้า ชม.กว่าจะถึงโซล ที่โซลเวลาเร็วกว่ากรุงเทพ สองชั่วโมง และเราได้เห็นแสงแรกของวันบนเครื่อง ธรรมชาติได้ไล่โทนสีของฟ้าอย่างสวยงาม จนไม่นานนัก เราก็มาถึง Inchon International Airport สนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้

เท้าแตะพื้นแบกเป้ขึ้นบ่า

เมื่อถึงสนามบิน ผมผ่าน ตม. ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร รับกระเป๋าเรียบร้อย ต่อไปก็ไปรับ wifi และ ซื้อบัตร T money สำหรับ wifi ผมเลือกใช้บริการของ kt mobile เพราะเค้ามีโปรโมชั่น จองผ่านเว็บ จะฟรีค่าเช่า เสียเฉพาะค่าเน็ตเท่านั้น วันละ 5000 won เท่านั้น vat อีก 10% รวมแล้วสี่วันมีค่าใช้จ่ายเพียง 22000 w(6xx baht) เท่านั้น เน็ตแรงหายห่วง อ่อสถานที่รับคือ บูตใกล้ๆประตูแปด เผื่อใครสนใจเพราะเทียบแล้วราคาถูกกว่าซื้อซิมหรือเช่า egg อีกครับ

ข้างๆกัน มีร้าน CU ซึ่งถือว่าเป็นร้านสะดวกซื้ออีกเจ้าที่เกาหลี(ไทยมีแค่แฟมกะเซที่ดังๆแต่เกาหลีมีหลายเจ้านะครับ) สิ่งแรกเลยที่ต้องซื้อคือบัตร T money บัตรเติมเงิน transport card ใช้ในการซื้อของเดินทาง ขึ้นรถไฟฟ้าทรถเมลเหมือนบัตร octopusของฮ่องกง หรือบัตร easycard ของไต้หวัน จัดแจงเติมเงินไป 30000 won ค่าบัตรอีก 4000 won  ลายน่ารักมั้ย อิอิ

20160518_081333

ตะลุยเดี่ยวเข้าเมืองโซลลลลลลลล

ถึงเวลาล่ำลาสมาชิกในทีมให้เดินทางปลอดภัย ผมเลือกโดยสารรถไฟฟ้า เข้าเมือง โดยรถไฟเข้าเมืองจะมีสองประเภทนั้นคือ all stop train กะ express train เลือกเอาตามสะดวกครับ เช้าๆ แบบนี้รถไฟฟ้ากลับคนไม่เยอะมาก แต่ก็ยืนยาวๆ จนถึงที่พักน่ะแหละ 5555 อ้อ พูดถึงระยะทาง ประมาณ สี่สิบโลมั้ง เข้ามาถึงโซลเนี่ยไกลไม่ใช่เล่น ภูมิประเทศรอบๆ สนามบิน จึงไม่ค่อยมีตึก มีแม่น้ำบ้างทะเลบ้างตามประสาชนบท มีสีเขียวขจีให้เชยชม ยืนดูวิวข้างทางมาเรื่อยๆ ไม่มีโอกาสให้ควักกล้องมาถ่ายเพราะของเต็มไม้เต็มมือ

หนึ่ง ชม. นิดๆเห็นจะได้ กว่าจะมาถึงสถานี Itawon  อันเป็นสถานีที่ใกล้ที่พักที่สุด ออกมาจากรถไฟฟ้าก็เจอกับเมือง อากาศสบายๆ มองรอบด้านตึกไม่สูงมาก เอาไงเปิดแผนที่ดู หาทางมุ่งน่าสู้ G Guesthome ต่อ บริเวณ itawon นี้คล้ายกับข้าวสารบ้านเรา เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยว ตามแผนที่นึกว่าเดินไม่ไกลแต่จริงๆไกล พอควรเลย ผ่านร้านค้าต่างๆรวมถึงร้านอาหารไทยที่พบได้มากในบริเวณนี้

IMG_6469-3

G Guesthome ที่พักเล็กๆแต่อบอุ่นชะมัด

เดินเอาเหนื่อย ที่นี่เหมือนมีเขา  มีเนินตลอดทาง เดี๋ยวชันบ้าง ไม่ชันบ้าง ทำเอาคนพื้นที่ราบลุ่มอย่างเราได้หอบ เดินเข้าซอยเล็กๆเงียบๆจนมาถึงที่พัก G Guesthome  พอกดอ๊อด ก็ได้เจอกับ staff หนุ่มชาวโคเรียน สองคนออกมาต้อนรับ แนะนำที่นอน ล๊อกเกอ การเข้าออก ที่พัก และเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้เจอกับเดวิด (แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน งงไหม)

IMG_6466-2

สำหรับบรรยากาศที่พักทั่วไปก็เหมือนอยู่บ้านพักเยาวชนครับ สะอาดสะอ้าน ห้องน้ำก็สะอาด มีอาหารเช้าง่ายๆให้ทำทานได้เอง การพักแบบ hostel มีข้อที่ควรรู้หลายๆ อย่างเช่น เราจะต้องล้างจานและแก้วที่เราใช้เอง การทักทายทุกคนที่เหมือนเป็นธรรมเนียมเหมือนอยู่บ้านเดียวกัน

แต่ผมเสียอย่างสื่อสารภาษาไม่ค่อยได้  ได้แต่ทักทายนิดหน่อยก็เนียนขอตัวออกมา ไม่รู้ว่าจะทำให้เสียชื่อคนไทยไม่มีมนุษยสัมพันธ์หรือป่าว ที่แน่ๆ ป๋มสื่อสารไม่ค่อยได้ง่ะ

20160518_095832 20160518_095838

IMG_6611-38

หลังจากเก็บข้าวเก็บของเปลี่ยนเสื้อสักหน่อย ก็พร้อมตะลุยโซลในวันแรกครับ วะหะหะหะ

นั่งหลับที่ Namsangol Hanok Village 

หลังจากเก็บข้าวของที่พักเรียบร้อย เดินจากที่พักมาขึ้น รถไฟใต้ดิน โดยที่นี่จะเรียกว่า Subway และ Subway นี้ถือ เป็นยานพาหนะหลัก หรือจะเรียกได้ว่า เป็น USS Enterprise ที่ผมใช้เดินทางตะลุยอวกาศโซลแห่งนี้ก็เป็นได้

อ้อ ไหนๆก็มาถึง Subway และ ที่นี้ Subway ซับซ้อนซ้อนเงื่อนเป็นคดีฆาตกรรมปริศนา ก็ว่าได้ ทางที่ดี เราควรโหลด app ไว้ประจำ smart phone  เป็น APP ที่ช่วยในการเดินทางใน seoul ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะ คำนวนราคา เวลา สับเปลี่ยนสถานี ข้อมูลทางออกจบใน app เดียว app นี้มีให้โหลดทั้ง android และ ios

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.imagedrome.jihachul
https://itunes.apple.com/us/app/subway-korea/id325924444?mt=8

Capture

กลับมาเดินทางกันต่อ Namsangol Hanok Village เนี่ยเป็นหมู่บ้านที่จัดแสดงความเป็นอยู่โบราณของชาวเกาหลี สามารถเดินทางด้วย subway มาที่สถานี Chungmuro  ทางออก 3 แล้วเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยมานิดนึง ที่นี่เข้าชมฟรี แต่หากต้องการร่วมกิจกรรมจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ สำหรับผมแล้วที่นี่ไม่มีอะไรมาก บ้านรูปทรงคล้ายไปทางจีน ญี่ปุ่น แดดแรงๆ ประกอบกับเมื่อคืนไม่ได้นอน ทำเอาเพลียเหมือนกัน

IMG_6472-4 IMG_6475-5 IMG_6479-6 IMG_6480-7 IMG_6486-8 IMG_6488-9

ขนาดของตัวหมู่บ้านไม่ใหญ่มาก ใช้เวลาเดินไม่นานก็ทั่วครับ ได้เวลามาหาที่ร่มใต้ต้นไม้หลบแดด และตามที่บอกตอนแรก อากาศที่นี่ หากกลางคืนจะเย็น ไม่ต้องเปิดแอร์เปิดผมลมก็หลับสบายๆ แต่กลางวันนี่สิแดดแรงจริงๆ ร้อนเหมือนกัน แต่ไม่ร้อนอ้าวแบบบ้านเราครับ

ผมหาร่มไม้หลบแดด พอมีลมโชยๆ เย็นๆ บรรยากาศแบบ หลับแน่ๆ ก็เลยเผลอนั่งหลับไป(ทำไปได้)

IMG_6491-10

รู้สึกตัวอีกทีไลน์เด้งครับ ผมมีนัดกับสมาชิกที่มาเที่ยวบินเดียวกัน ปกติแล้ว ผมไปที่ไหนจะต้องไป landmark ของที่นั้นๆ สำหรับ โซลคงไม่พ้น N Seoul Tower เพราะเพื่อนที่มาในไพลท์เมื่อคืนไปพอดีเลยตกลงว่าจะไปพร้อมกัน

N Seoul Tower หอคอยแห่งความรัก

การเดินทางไป N Seoul Tower สามารถไปได้หลายวิธีเช่น นั่งรถเมล์ เคเบิ้ลคาร์หรือใครฟิตหน่อยสามารถเดินขึ้นได้ เราเลือกที่จะขึ้นโดยนั่งเคเบิ้ลคาร์ การเดินทางมายังเคเบิ้ลคาร์ สามารถเดินมาจากสถานี Myeongdong Exit 4 เดินเข้าซอยมาอีกนิด ขึ้นเนินเขาอีกหน่อย ก็จะเจอกับท่ารถเคเบิ้ลคาร์

IMG_6497-12IMG_6493-11

แต่แล้วเหมือนชะตาจะเป็นใจ เคเบิ้ลคาร์ปิดปรับปรุง เราจึงต้องหาทางอื่นเพื่อเดินทางไปยัง N Seoul Tower ต้องขอบคุณการจัดการที่ดีของ เคเบิ้ลคาร์ ได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมป้ายอำนวยความสะดวก เราสามารถนั่งรถเมลสาย 2 ขึ้นไปยัง N Seoul Tower ได้ โดนเดินเลยไปอีกนิดและข้ามฝั่งรอที่ป้ายรถเมล

IMG_6500-13

สำหรับรถเมล์ที่โซลถือว่าเป็นครั้งแรกทีผมได้ใช้บริการ รถเมลที่โซลคล้ายกับรถเมลเมืองใหญ่ๆหลายๆแห่ง คือสามารถใช้บัตรแตะชำระค่าบริการได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าแตะเฉพาะขึ้นหรือทั้งขึ้นทั้งลง ผมแตะมันหมดแหละ 555

รถเมลลัดเลาะมาตามทางที่คดเคี้ยว สูงขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มมองเห็นตัวเมืองในมุมสูง ระหว่างทาง เราจะเห็นบางคนเดินขึ้นเพื่ออกกำลังกายก็มี

IMG_6502-14

และแล้วก็มาถึง N Seoul Tower จนได้ แต่จริงๆ ก็ไม่ถือว่าถึงเพราะยังไงต้องเดินต่ออีกนิด อ่อคุณจะสังเกตุได้เมื่อคุณมาถึงป้ายรถเมลที่จะตรงลง ตรงนี้คนจะลงเยอะมาก และรถจะติดพอสมควรเลยล่ะ

IMG_6506-15

ถึงแล้ววว เห็นหอคอยอยู่ไกลๆ นั้นแหละ ที่เราต้องเดินไป เดินตามฝูงชนอันล้นหลามไปเรื่อยๆ ทางก็จะชันบ้าง แต่ก็ไม่ไกลนัก เราจะมาถึงลานกิจกรรม ข้างๆ หอคอย ตรงนี้ มักจะมีกิจกรรมมาจัดแสดงนักท่องเที่ยวเป็นประจำ วันนี้ที่ผมไปมีการจัดแสดงการใช้อาวุธโบราญ และการรำอะไรสักอย่าง

IMG_6511-17 IMG_6532-18 IMG_6537-19

ถ้าพูดถึง N Seoul Tower แล้วคงไม่มีใครไม่รู้จัก การคล้องกุญแจคู่รัก ซึ่งเยอะจริงๆครับ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะมีการนำออกเรื่อยๆ อีกอย่างเดิมคู่รักที่มาคล้องกุญแจ จะโยนกุญแจลงด้านล่าง แต่ปัจจุบัน เค้ารณรงค์ไม่ให้โยนเพราะ สัตว์ที่อยู่ด้านล่างกินเข้าไปจะเป็นอันตราย

IMG_6559-24IMG_6542-20 IMG_6547-21 IMG_6575-26

สำหรับประวัติ N Seoul Tower ผมจะไม่ขอเล่า เพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกัน 555 เอาเป็นว่ามันคือ หอคอยส่งสัญญาณทีวีมาก่อน ก่อนที่จะเปิดให้ท่องเที่ยวละกันและยังสามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนะ ผมเห็นว่าไม่มีอะไรจึงไม่ได้ขึ้นไป จึงได้แต่เดินรอบๆ ชมนกชมไม้ไปอ้อ ที่นี่มีเมเบิ้ลด้วยนะกำลังสวยเลย เสียดายมีน้อยไปหน่อย

หลังจากถ่ายรูปกะสิ่งคู่บ้านคู่เมืองเรียบร้อย ก็ต้องเดินทางกลับไปขึ้นรถเมลเพื่อไปลงไปด้านล่าง โดยจุดหมายสุดท้ายของวันนี้คือ เมียงดง แหล่งช๊อปปิ้งของวัยรุ่น ที่มีแต่ร้านเครื่องสำอางค์มากมายย เต็มไปหมด

IMG_6579-27

เมียงดง Myeongdong ถนนเครื่องสำอางค์

การเดินทางโดยที่ไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน ทำให้เราต้องมายืนที่ป้ายรถเมล และไล่หาสายรถเมลทีละสายว่า จอดที่ไหนมาได้ จนเรามาหยุดอยู่ที่สาย 5 ถึงแน่นอนเมียงดง โดยเราต้องอาศัยการนับป้ายเอา หรืออีกวิธีการคือ google map ช่วยท่านได้ เพราะบางครั้งบางป้ายไม่มีคนลง จบกันนับไม่ถูก 555 ก็ได้ google map เนี่ยแหละช่วยชีวิตไว้

IMG_6586-28

ลงรถเมลปุ๊ยบข้ามถนนปั๊บก็เข้าสูเมียงงงดงงงง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาคือ นี่มันซีเหมินไทเปชัดๆ 555 เดินไปสักหน่อย ถึงได้รู้ว่า สิ่งที่ต่างคือ ร้านค้า ส่วนใหญ่มีแต่เครื่องสำอางค์ เครื่องสำอางค์และเครื่องสำอางค์ อ๊ากกกก สมาชิกในกรุ๊ปแยกย้ายตามหาของฝากซื้อให้กับที่ทำงาน จนพวกเราเริ่มรู้สึกว่าหิวมากและ เพราะตั้งแต่มาถึงเมื่อเช้าได้หนมปังเซเว่นจากไทย ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยยยย แต่ที่อ่านรีวิวมา ร้านรวงมันเยอะแยะเลยนิ แล้วนี่หายไปไหนหมด ไม่มีร้านของกินสักร้าน

IMG_6588-29

เราเดินจนแถบสุดถนนถึงเจอกลุ่มร้าน ก็เลือกเลยอาหารญี่ปุ่นทงคัตซึ 555 ไหงมื้อนี้เป็นทงคัตซึเนี่ย แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วหิวเหลือเกินนนน จัดแจงสั่งมาเลย

IMG_6592-31

จานที่ได้นั้นใหญ่มาก ทานได้สองคนเลยแหละ ดีไม่ได้สักมาครบไม่งั้นตาย ท้องแตก แต่ถ้ามองไปโต๊ะข้างๆ วัยรุ่นกลุ่มนึงจัดคนละจาน กินเข้าไปได้ไงหมดวะเนี่ย

พูดถึงร้านอาหารที่เกาหลี มักจะมีกิมจิให้เรากินประกอบทุกมื้อไม่ว่าคุณจะสั่งอะไร สามารถตักกิมจิได้ฟรี กินเท่าไหร่ก็ได้ สุดยอดเลย ส่วนน้ำเปล่า แทบทุกร้านจะเตรียมไว้ให้ลูกค้า เทใส่แก้วดื่มได้เลยครับ

หลังจากอิ่มท้องแล้ว เดินออกมานอกร้าน ฟ้าเริ่มครึ่มๆ ไปบ้าง แต่เอ๊ะ มองนาฬิกา นี่มันทุ่มนึงแล้ว ที่บ้านเราเห็นแบบนี้น่าจะแค่ห้าโมงเย็น และอีกสิ่งนึงที่แปลกออกไปคือ ร้านรถเข็น เริ่มมีการตั้งร้านกันตามทางเดินมากขึ้น ทำให้พื้นที่ที่เหลือไม่มากในท้องได้เติมเต็มเข้าไปอีก

IMG_6604-35IMG_6599-32

ของกินตอนกลางคืนเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็น เสียบไม้ หรือของกินเล่นๆ  หลายอย่างแพงกว่าตลาดอื่นๆ(มาทราบภายหลัง)  เราเดินกินนู้นนี่มาเรื่อยๆ จนท้องรับไม่ไหว ฟ้าเริ่มมืดลง ก็แน่ล่ะ นี่มันจะสองทุ่มและ 555 ก็ได้เวลาแยกย้ายจากสมาชิกจำเป็น ออกเดินทางเดี่ยวๆอีกครั้งเพื่อกลับไปพักผ่อน

IMG_6601-34IMG_6600-33

บุคคลน่าสงสัย???

สำหรับวันแรกนี่เพลียมาก กลับมาถึงพี่พัก เพื่อนร่วมห้องยังไม่เข้ามากัน จัดแจงอาบน้ำอาบท่า ล้มตัวลงบนที่นอน ระหว่างกำลังดูรูปถ่ายอยู่นั้น จุดเปลี่ยนสำหรับวันพรุ่งนี้ก็เริ่มขึ้น เพื่อนในเว็บ couchsurfing.com ซึ่งได้คุยกันบ้างก่อนจะมาที่เกาหลี

ย้อนกลับไป 1 เดือน ก่อนมายังเกาหลี ผมได้สร้าง Event ไว้ว่าผมจะมาที่โซล อยากได้คำแนะนำในการท่องเที่ยว  เวลาผ่านไปสามอาทิตย์ ไม่มีใครติดต่อมาเลย T T จนสามวันจะเดินทาง มี สมาชิกสาวคนนึง รูปโปรไฟล์พริ้งค์มากทักเข้ามา แถมพึ่งจะสมัครเว็บมา บอกผมว่าเค้ายินดีจะให้คำแนะนำหลายๆอย่าง ผมจึงขอ line ไป หลังจากนั้นก็ติดต่อผ่าน line

ช่วงแรกนั้นผมยอมรับเลย ไม่ไว้ใจอย่างมาก สมาชิกใหม่แถมรูปโปรไฟล์ขนาดนั้น แล้วผมก็แอด line ไป รูปโปรไฟล์ line ผู้ชายแน่นอน ชื่อก็ไม่ใช่ เอ๊ะลองถามดูว่าคุณใช่ ….. ไหม เค้าบอกว่าใช่ อ๊ะ โอเคเราจะไม่ถามอย่างอื่น จะชายหรือหญิงตัวจริงตัวปลอม ถ้าเราไม่ให้ข้อมูลที่อยู่หรือแพลนละเอียดซะอย่างคงตามไม่เจอ

ผมจึงแค่ส่งแพลนคร่าวๆให้ดู ว่า โอเคไหมในแต่ละวัน ก็ได้รับคำแนะนำกลับมา ก็ไม่ได้คิดอะไร

วาร์ปกลับมาเวลาปัจจุบัน ตอนนี้ผมตอนอยู่ใน hostel กำลังเช็ครูป ในกล้อง และจุดเปลี่ยนของวันพรุ่งนี้ก็เกิดขึ้น เพื่อนชาวเกาหลีคนนี้ทักมา ว่าอยู่ไหนแล้ว ถึงเกาหลีแล้วใช่ไหม พรุ่งนี้ว่าง เรามาเจอกันไหม ในใจผมน่ะหรอ กล้าๆกลัวๆ โดนมิฉาชีพป่าววะ บ้านเรามีเพียบ แถมชอบถามว่าเรามาคนเดียวหรอ ยิ่งไม่น่าไว้ใจใหญ่ เอาไงดี …

ผมก็โดนตื้อพักใหญ่ จนผมเลยถามไปตรงๆว่า คุณเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า เป็นโจร เป็นคนหลอกลวงเท่าที่ภาษาอังกฤษของผมกับ google จะพอช่วยได้ ใส่ไปเต็มที่

และโดนตอบกลับมาว่า เค้าเป็นเพียงเด็กผู้หญิงเท่านั้น จะมาทำไรได้ เค้าต่างหากที่ต้องกลัวเราในการเจอกันครั้งแรก สำหรับเพื่อนจากเว็บ รูปโปรไฟล์ไม่ใช่ตัวเค้า ถ้าคุณไม่เชื่อจะวิดีโอคอลก็ได้(แต่เนื่องด้วยอยู่ในห้องแล้วจึงปฏิเสธไป)

เราก็อ่ะ โอเค ไปเจอก็ไปเจอ จึงส่งแพลนของวันรุ่งขึ้นให้ เผื่อเค้าจะพาไปไหน รวมทั้งเมนุอาหารเกาหลีที่เราจดๆมา เพื่อให้เค้าพาไปว่างั้น งั้นตกลงเจอกันพรุ่งนี้ ก่อนนอน เพื่อความชัว ผมขอให้เพื่อนคนนี้ส่ง รูปให้ในไลน์ โดยบอกไปว่า ผมจะรู้ได้ไงว่าเป็นคุณ เพื่อเช็คว่าตกลง เค้าเป็นหญิงหรือชาย กันแน่ๆ 555

จบวันที่หนึ่งอันแสนหฤโหด  บนที่นอนอันอบอุ่น อากาศเย็นๆไม่ต้องเปิดแอร์


พร้อมลุยในวันที่สอง

ปกติแล้ว ผมเป็นคนตื่นเช้า มาที่นี่ ผมตื่นหกโมง พบว่าฟ้าสว่างเป็นที่เรียบร้อย แต่สมาชิกร่วมห้องยังไม่ตื่นกันเลย ผมนอนกลิ้งไปมาบนที่นอนสักพักถึงย่องลงมาอาบน้ำแปรงฟัน ด้วยความที่นอนเตียงบน กับหุ่นชาวเอเชียอย่างผม จะขึ้นลงแต่ละทีลำบากมาก แถมยังต้องพยายามเงียบ เพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อร่วมห้องอีกด้วย ทำเอาใช้เวลาพอสมควร

IMG_6609-37

หลังจากล้างหน้าแปรงฝันเป็นที่เรียบร้อย ผมก็พบกันผู้หญิงอายุไม่มาก เค้าแนะนำตัวเองว่า ชื่อฟิโอน่า เป็นเจ้าของโฮสเทลแห่งนี้ สำหรับ Fiona คือชื่อของตัวละครในเรื่อง shrek ในโฮสเทลเราจะเห็นรูปเธอหมายถึงตัวกระตูนนะ แปะตามจุดต่างๆ ของโฮสเทลอยู่ทั่วเลย ฟิโอน่าจัดแจง เตรียมอาหารเช้า ผมก็ได้ทานพอดี ปกติแล้วอาหารเช้าที่นี้ จะเป็นซีเรียล นม น้ำผลไม้ ไข่ คุณสามารถใช้เตากับกะทะทำอาหารเองได้

IMG_6608-36

ระหว่างทานมีเพื่อนร่วมโฮสเทลเข้าทานข้าวเช้า ก็ทักทายกันตามประสา ใจจริงผมอยากจะดาวไข่นะ แต่ยังไม่เคยใช้เตาของที่นี่ไม่รู้ต้องทำไง กลัวทำโฮสเทลไฟไหม้ เลย ข้ามไปละกัน 555 อ้ออีกอย่างหากทานเรียบร้อย ก็ควรเก็บล้าง เพื่อคนอื่นจะมาใช้ต่อได้ ซึ่งโฮสเทลส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้

พระราชวัง Gyeongbokgung ที่ยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง

ผมออกเดินทางจากโฮสเทลตอนแปดโมงกะเวลาไปถึงที่พระราชวังเคียงบกพอดีที่เค้าเปิดให้เข้าชม เหมือนกันกับเมื่อวาน subway เป็นยานพาหนะหลักของทริปนี้ สถานีที่เราจะไปคือชื่อเดียวกับพระราชวังนั้นคือ Gyeongbokgung  station ทางออก 5  จะโผล่มายังประตูด้านข้าง ออกมาปุ๊บก็พบกับแสงแดดอันแรงกล้า ทั้งๆที่อากาศยังเย็น สังเกตุหนุ่มสาวชาวเกาหลี ที่มาท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินเข้ามาเรื่อยๆ จะพบกับที่จำหน่ายตั๋ว การเข้าชมจะเสียค่าเข้าชม 3000 วอน

IMG_6621-42

หลังจากเดินเข้ามาในตัวพระราชวังแล้ว จะเห็นอาคารขนาดใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของที่นี่ก็ว่าได้  และที่น่าสนใจไม่แพ้พระราชวังคือ วัยรุ่นมักจะแต่งตัวประจำชาติในชุดฮันบกมาถ่ายรูปที่นี่ ซึ่งจริงๆแล้วอยากขอถ่ายรูปด้วยนะแต่อายอ่ะ 5555

IMG_6634-47 IMG_6651-50

เดินเข้ามาเรื่อยๆ  แรกๆคิดว่าคงไม่ใหญ่มาก คงไม่มีอะไรให้ชมสักเท่าไหร่ แต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับกัน พื้นที่ใหญ่โตกว้างขวางมี อาคารให้ถ่ายรูปมากมาย หากมีเวลาสักครึ่งวันสามารถเก็บได้หมด แต่ที่สำคัญหากจะมาควรพกร่มหรือหมวกมาด้วยนะครับ แดดแรงจริงๆ อิอิ

IMG_6672-53

IMG_6678-54 IMG_6696-57

ลักษณะขอสถาปัตยกรรม ที่นี้จะเป็นอาคารคล้ายๆทางจีน ญี่ปุ่นผสมๆกันไปตามแนวทางประเทศแทบนี้ ตกแต่งด้วยสีแดงเป็นหลัก แซมสีเขียวและลวดลายสีต่างๆตามชายคา สำหรับประวัติศาสตร์นั้นผมไม่รู้ขอข้ามไปละกัน 5555

IMG_6712-58 IMG_6742-63

เดินเล่นจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย จึงหาร่มไม้นั่งพัก อ่านนู้นนี่ในเฟสบุ๊คไปพลางๆ วันนี้ผมมีนัดกับคนแปลกหน้า เพื่อนใหม่ชาวเกาหลี ไม่นานเพื่อนก็ทักมา ถามว่าอยู่ไหนผมทานอะไรหรือยัง เดี๋ยวจะพาไปหาอะไรอร่อยๆกิน เค้าใกล้ถึงแล้ว เลยตกลงปลงใจไปตามนั้น ไหนๆมานี่ยังไม่มีอาหารเกาหลีแท้ๆตกถึงท้องเลย

IMG_6745-64

เดินออกจากเขตวัง ยังบ่นๆกับเพื่อนอยู่เลยว่า อยากดูพิธีเปลี่ยน Guard แต่หาไม่เจอว่าเค้าอยู่ตรงไหนกัน จนเดินออกมานี่แหละ ที่แท้ อยู่ด้านหน้าเลย ตรงถนน ได้เวลาเปลี่ยนกะพอดี โชคดีจริงๆ

ผมเคยดูของไต้หวันมา แต่ของไต้หวันจะเป็นทหารในชุดยุคปัจจุบัน แต่หน้าวังเกียงบก  จะมาในชุดโบราณและใส่หนวดเหมือนในหนังเลย ได้บรรยากาศไปอีกแบบ หลังจากเปลี่ยนแล้ว ก็จะยืนนิ่งให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปได้ แต่ใกล้เวลานัดแล้วผมต้องรีบถ่ายๆและไปหาเพื่อนที่จุดนัดIMG_6747-65

====ติดตามอ่านตอนต่อไป วะหะหะ ขอจบครึ่งแรกเท่านี้ก่อนครับ===

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *